================================================== -->

เว็บ 123betting

ผมคนนึง ที่ไม่ได้มาจากกลุ่มใดๆ และมีความตั้งใจแสดงความเห็น ไม่ต้องการให้พลเอกประวิตร บริหารประเทศ ขอให้ลาออกไปซะ ก่อนที่จะเกลียดหน้าท่านไปมากกว่านี้

  • เยี่ยมชมบล็อก:79016
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 939
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-04-23 06:44:35
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ที่ คสช ยังมีอำนาจไม่จำกัดก็เพราะ รัฐธรรมนูญของอาจารย์มีชัย ฤชุพันธ์ ไปเขียนบทเฉพาะกาลให้มาตรา 44 ยังอยู่จนกว่าคณะรัฐมนตรีใหม่หลังเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่ แต่การที่ยังมีอำนาจตามมาตรา 44 ไม่ได้แปลว่า คสช จะยังเป็นรัฐาธิปัตย์ และจะทำอะไรก็ได้

ที่เก็บบทความ

2015(801)

2014(363)

2013(14)

2012(522)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: โฟกัสข่าว

เว็บ 123betting, ชิปป๊อป สตาร์ทอัพ แพลตฟอร์มขนส่งออนไลน์พันธุ์ไทย เผยปีแรกก็ทำกำไรแล้ว รายได้โตทะลุ 635% คาดสิ้นปี 61 ลูกค้าเพิ่มดับเบิ้ล ตั้งเป้าขยายบริการทุกประเทศในอาเซียนภายใน 3 ปี ว่าด้วยผิวสวยใสปิ๊งแล้ว ต้องยกให้กับยุทธศาสตร์การตลาดขายเครื่องสำอางของแดนกิมจิ ซึ่งสามารถกวาดเงินในกระเป๋าจากสาวทั่วโลก โดยเฉพาะวัยรุ่นบ้านเรานี่แหละ ที่ใฝ่ฝันมากมายอยากจะมีผิวหน้าสไตล์ K-Beauty ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายประจำปีครั้งแรกเมื่อวันอังคาร เรียกร้องความเป็นเอกภาพในสหรัฐให้เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน กระตุ้นสองพรรคร่วมมือกันแบบประนีประนอม ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ!

หวย 30 ล้านบาทอลวน พลิกอีกรอบ ผบชภ7 ตั้งโต๊ะแถลงไล่เรียงตั้งแต่สลากออกจากสนามบินน้ำ เชื่อพยานบุคคล ครูปรีชา เป็นเจ้าของหวย ลุงจรูญ แค่เก็บได้ เตรียมจัดหนักทั้งยักยอกทรัพย์หรือรับของโจร ทนายตั้ม ลั่นไม่ท้อ ชี้มหากาพย์เพิ่งแค่เริ่ม!เมื่อวันที่ 31 มกราคม มีประเด็นใหม่ในการอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พย2560 จำนวน 5 มูลค่ารวม 30 ล้านบาท ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษใน จกาญจนบุรี กับ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งเป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล หลังจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้แถลงผลพิสูจน์ลายนิ้วมือบนสลากไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มค ว่ามีแต่ลายมือของ รตทจรูญ โดยเมื่อเวลา 1400 น พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) แถลงสรุปคดีหาเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 ล้านบาทว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนคดีนี้เมื่อวันที่ 12 ธค โดยมี 3 ประเด็นคือ 1เส้นทางลอตเตอรี่ 2แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ และ 3รตทจรูญได้ลอตเตอรี่มาอย่างไร ซื้อมาหรือเก็บได้ โดยเรื่องแรก เส้นทางลอตเตอรี่พบว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จำหน่ายลอตเตอรี่มายังยี่ปั๊วสนามบินน้ำแล้วรวมชุด โดยมีพยานยืนยันว่ายี่ปั๊ว 5 เจ้าขายให้ยี่ปั๊วสนามบินน้ำ จากนั้นแผงสนามบินน้ำขายให้แม่ค้าที่ตลาดเรดซิตี้ อเมืองกาญจนบุรี โดยมีพยานยืนยัน 3 ปาก จากนั้นแม่ค้าคนที่ 1 ขายต่อให้แม่ค้าอีกคนที่เปิดแผงในตลาดเรดซิตี้พลตทกิตติพงษ์แถลงต่อว่า ประเด็นที่สอง แม่ค้าขายให้ครูปรีชาจริงหรือไม่ จากการสอบสวนและตรวจสอบพบว่า แม่ค้าอีกคนขายให้ครูปรีชาจริงตามพยานหลักฐาน และประเด็นที่สาม ที่ว่า รตทจรูญซื้อหรือเก็บลอตเตอรี่ได้นั้น จากการสืบสวน รตทจรูญไม่ยืนยันซื้อจากแม่ค้าคนใด แต่เจ้าหน้าที่มีพยานยืนยันว่า รตทจรูญเก็บได้ จึงเชื่อว่า รตทจรูญเก็บลอตเตอรี่ได้เมื่อถามว่า มีคลิปภาพที่อ้างว่าเห็น รตทจรูญเก็บลอตเตอรี่หรือไม่ พลตทกิตติพงษ์ตอบว่า ยังไม่เห็นคลิป มีแค่พยานบุคคลระบุว่าหมวดจรูญลงไปเก็บ แต่ตรวจสอบกล้องแล้วไม่พบอะไร เพราะผ่านไปนานเกินไป ซึ่งหากใครมี ก็สามารถเอามาให้ได้ ส่วนที่ครูปรีชาบอกว่ามีภาพกล้องวงจรปิดตำรวจ ก็ยังไม่ได้รับ แต่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่ามีอยู่จริงขณะที่ พลตตกฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบชภ7 ระบุว่า เห็นว่าคดีนี้มีมูล แต่ยังไม่ใช่การตัดสิน ซึ่งทีมสอบสวนจะออกหมายเรียกตัว รตทจรูญมาแจ้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ หรือรับของโจร ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบ ซึ่งก็แล้วแต่ รตทจรูญจะให้การ และเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป โดยตำรวจได้หาข้อมูลอย่างละเอียดจนได้พยานเพิ่มเติมที่เห็นว่าแม่ค้าคนที่ 2 ขายสลากให้ครูปรีชา และพยานอีกคนที่บอกว่า รตทจรูญเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ และการให้การของพยานฝั่งครูปรีชา ก็ยังไม่มีพยานหลักฐานว่ามีขบวนการให้การเท็จเมื่อถามว่า พยานบุคคลเชื่อถือได้แค่ไหน พลตทกิตติพงษ์ตอบว่า ถ้าเขาไม่ได้ถูกขู่เข็ญบังคับ ทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนในฐานะพยาน ตรวจสอบพยานแล้วยังไม่พบพิรุธ โดยกรณีนี้มีหลักฐานจากยี่ปั๊วว่ามีหวยชุดอยู่สามชุด ขายไปแล้วสองชุด เหลือชุดเดียวอยู่ที่แม่ค้า และมีพยานซึ่งเป็นลูกค้าขาประจำของแม่ค้าพยายามจะซื้อ แต่แม่ค้าบอกว่าไม่ได้ มีคนขอซื้อไว้แล้ว และมีพยานอีกคนหนึ่งพยายามจะขอแบ่งสลากจากครูปรีชา ซึ่งครูปรีชาก็ไม่ให้เช่นกันเมื่อถามถึงกรณีครูปรีชาอ้างว่าเป็นเจ้าของ แต่ครูปรีชากลับขอแบ่งเงินรางวัลคนละ 15 ล้าน เป็นเพราะเหตุใดนั้น ก็ไม่มีการชี้แจง โดยระบุว่าเพียงว่าอยู่ในสำนวน พร้อมย้ำว่าการสอบสวนที่ผ่านมาสอดคล้องกัน ยังไม่พบพิรุธ ซึ่งมีพยานอีกเยอะที่ไม่ได้ออกสื่อ รวมถึงพยานที่แต่ละฝ่ายอ้างว่ามี แต่ยังมาไม่ถึงตำรวจนั้น ทางตำรวจคาดไว้แล้วว่าจะเอาใครเป็นพยาน ส่วนหลักฐานที่มีก็ต้องว่าไปตามนี้ก่อน แต่หากมีอะไรจริงๆ คดีนี้ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ พลตทกิตติพงษ์สรุปว่า คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจมาก ตั้งแต่รับราชการมา เป็นคดีที่ได้รับความสนใจที่สุด ซึ่งตำรวจได้ทำคดีอย่างรอบคอบ คัดเลือกพนักงานสอบสวนอย่างเป็นกลาง รวมทั้งได้รับคำสั่งการที่จะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และเอาความจริงมาให้ได้ ซึ่งเราก็พยายามตอบคำถามสื่อซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหมด ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินสำหรับบรรยากาศที่บ้านพักของ รตทจรูญ ภายในหมู่บ้านศิริชัย ซอย 5 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ตปากแพรก อเมืองกาญจนบุรีนั้น พบว่าขณะที่ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงข่าวสรุปคดีทุกคนในครอบครัวลุงจรูญอยู่ในบ้านเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิด และภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น รตทจรูญเผยว่า ไม่หนักใจ พร้อมมั่นใจในความบริสุทธิ์ ใครจะพูดอะไรก็ช่าง เพราะเป็นคนซื้อเองกับมือ หรือเขาจะสืบสวนอย่างไร ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว ตำรวจระบุครูซื้อ เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวน ปลายทางอาจไม่ใช่ เพราะตนเองเป็นคนซื้อ ยืนยันมีพยานหลักฐาน โดยจะขอปรึกษาทนายในการนำพยานหลักฐานไปมอบให้พนักงานสอบสวน ยืนยันจะพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ส่วนเงินรางวัลได้ใช้ไปแล้ว 5 ล้านบาท เป็นค่าบ้าน 3 ล้านบาท ยืนยันผมไม่คืน ผมเป็นคนซื้อลอตเตอรี่มา ผมเป็นเจ้าของ จะไปคืนเขาทำไม รตทจรูญกล่าว ขณะที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่า อย่าเพิ่งสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรม อย่าเพิ่งหมดกำลังที่จะต่อสู้ ขอให้เชื่อมั่นในตัวตนเอง เชื่อมั่นในมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และเชื่อมั่นในความจริงความถูกต้อง เพราะคดีนี้จริงๆ แล้วไม่มีอะไรยุ่งยากเลย เรื่องราวที่ยืดเยื้อบานปลายจนต้องกลายเป็นคดีที่คนทั้งประเทศจับตามองนี้ เพราะมีนายตำรวจระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนอาจท้อแท้ สิ้นหวัง เพราะทุกคนอยากเห็นสังคมไทยมีความยุติธรรมที่จับต้องได้ แต่กลับเหมือนไร้ซึ่งหนทาง และในเวลาเดียวกันยังมีอีกหลายคนที่ยังคงมีความหวัง และไม่ทิ้งพลังศรัทธานั้น เช่นเดียวกับผม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ยังศรัทธาในความถูกต้อง ฉะนั้นพวกเราทุกคนต้องสู้ไปด้วยกัน ก้าวไปพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น อย่ายอมให้อิทธิพลมืดเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างเราๆ นายษิทรากล่าวทนายตั้มย้ำอีกว่า จงอย่าท้อ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จับมือไปด้วยกัน แม้การต่อสู้ครั้งนี้จะยากลำบากไปบ้าง ต้องเหนื่อยเกินกว่าความจำเป็นไปหน่อย ต้องสู้กับอิทธิพลมืดที่มองไม่เห็น แต่เชื่อว่าคนไทยต้องทำได้และทำได้ดีด้วย หากพวกเราร่วมแรงร่วมใจกัน ขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่ส่งเบาะแส ข้อมูลต่างๆ มาให้ ทุกข้อมูลเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี การต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันด้วยความหวังของคนทั้งประเทศที่รักความถูกต้อง ศึกครั้งนี้ยังไม่จบ วันนี้มหากาพย์คดีหวย 30 ล้านบาทเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ! วิษณุ ยัน คลัง-กรมบังคับคดี เดินหน้าอายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ย้ำยังมีเวลา 10 ปี ทนายปูเผยตั้งแต่ กค60 โดนยึดทรัพย์สินกว่า 30 รายการ รวมบ้านนวมินทร์มูลค่า 110 ล้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนของกระทรวงการคลังในการเดินหน้าสืบทรัพย์ หลังศาลปกครองยกคำร้องคำขอทุเลาการยึดทรัพย์ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า กระทรวงการคลังสามารถเดินหน้าสืบทรัพย์ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องมี 2 ส่วน คือ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้ทรัพย์ และกรมบังคับคดี ที่มีอำนาจในการยึดหรืออายัดตามที่กระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าหนี้ได้ชี้ทรัพย์ หากไม่สามารถนำยึดได้ เพราะหาทรัพย์ไม่เจอ มีระยะเวลา 10 ปี ตามอายุความ ระหว่างนี้เจออะไรสามารถดำเนินการได้ จนกว่าจะมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอทุเลาใหม่ ซึ่งร้องได้เรื่อยๆ แต่คงต้องดูเป็นกรณีไป เพราะการร้องต่อศาลปกครองต้องดูว่าเขาร้องอะไร ถ้าร้องขอทุเลาแปลว่าสำหรับอนาคต ที่ผ่านไปแล้วถือว่าจบ เมื่อถามว่า ในคำสั่งยกคำร้องของศาลระบุว่า มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เป็นหน้าที่ของใครในการติดตามทรัพย์ นายวิษณุกล่าวว่า กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้เสาะหา แล้วให้เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีไปจัดการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแล้ว เพราะหน่วยงานต่างๆ ต่างรู้หน้าที่ตัวเอง เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องไปบอกอะไร ที่ผ่านมาได้มีการอายัดอะไรไปพอสมควรแล้วเท่าที่ทำได้ แม้จะยังไม่มากเท่าจำนวนที่พึงยึดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นการอายัดเอาไว้ก่อน แต่ไม่ต่างอะไรกับการไปยึด เพราะไม่สามารถจะทำอะไรกับทรัพย์นั้น หรือยักย้ายไม่ได้แล้ว ส่วนการจะนำทรัพย์ดังกล่าวเข้าคลังได้จะต้องให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรอีก เช่น ไม่มีคดี หรือจบเรื่องไปแล้ว ทางด้าน นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ นสยิ่งลักษณ์ ในคดีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ นสยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช) จำนวน 35 หมื่นล้านบาทเศษ ว่า กรมบังคับคดีได้มีการแจ้งยึดอายัดทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่เดือน กค2560 จนถึงปัจจุบันรวม 37 รายการ อาทิ บ้านที่นวมินทร์ รวมถึงที่ดินทั้งใน กทมและต่างจังหวัด คอนโด และบัญชีเงินฝาก การยึดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดียึดไปหมดแล้ว เป็นการดำเนินการล่วงหน้าโดยอาศัยคำสั่ง คสชตามมาตรา 44 ที่ให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการลักษณะนี้ เหมือนการลงโทษก่อนมีคำพิพากษา ขณะนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลต่อไป ถ้ามีการเพิกถอนภายหลังก็สามารถเยียวยาได้ ซึ่งจะเกิดความยุ่งยาก ชื่อเสียงที่เสียหายไปก็ชดเชยไม่ได้ นายนพดลระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อมูลแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นสยิ่งลักษณ์ ที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พบว่า บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 38/9 ซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ พร้อมสนามฟุตบอล ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 5 ของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มีมูลค่าปัจจุบันที่ 110 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มคที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ นสยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ระหว่าง นสยิ่งลักษณ์ ผู้ฟ้องคดี กับ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับการอายัดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ โดยกรมบังคับคดีนั้นประกอบด้วย 1อายัดบัญชีเงินฝาก 16 บัญชี และ 2อายัดเงินส่วนแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำที่ ล13430/2552 และยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 37 รายการ ประกอบด้วย ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ คือ 1บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57310 เขตบางขุนเทียน 2บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57430 เขตบางขุนเทียน 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 16505 เขตบึงกุ่ม (สนามฟุตบอล) 4บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 70389 เขตบึงกุ่ม ส่วนที่ดินว่างเปล่า 3 รายการ คือ 1ที่ดินโฉนดเลขที่ 25401 เขตบึงกุ่ม 2ที่ดินโฉนดเลขที่ 10005 อบางบ่อ จสมุทรปราการ 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 7480 กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ และห้องชุด 30 รายการ ได้แก่ 1ห้องชุดเซ็น ทริค ซีน สุขุมวิท 64 เขตบางนา 2 ห้อง และ 2ห้องชุดยูคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ จำนวน 28 ห้องที่ คสช ยังมีอำนาจไม่จำกัดก็เพราะ รัฐธรรมนูญของอาจารย์มีชัย ฤชุพันธ์ ไปเขียนบทเฉพาะกาลให้มาตรา 44 ยังอยู่จนกว่าคณะรัฐมนตรีใหม่หลังเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่ แต่การที่ยังมีอำนาจตามมาตรา 44 ไม่ได้แปลว่า คสช จะยังเป็นรัฐาธิปัตย์ และจะทำอะไรก็ได้

อ่าน(361) | แสดงความคิดเห็น(98) | ส่งต่อ(130) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

นัมโนะ 2021-04-23

คูคูเฉียน หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ว่าด้วยผิวสวยใสปิ๊งแล้ว ต้องยกให้กับยุทธศาสตร์การตลาดขายเครื่องสำอางของแดนกิมจิ ซึ่งสามารถกวาดเงินในกระเป๋าจากสาวทั่วโลก โดยเฉพาะวัยรุ่นบ้านเรานี่แหละ ที่ใฝ่ฝันมากมายอยากจะมีผิวหน้าสไตล์ K-Beauty

france kgm 2021-04-23 06:44:35

นอกจากนี้เมื่อใดก็ตามที่ผู้นำรัฐบาลทหาร แสดงท่าทีต้องการสืบทอดอำนาจ เสียสัจจะวาจาและมองประชาชนเป็นศัตรู เมื่อนั้นสถานการณ์ มักจะจบลงด้วยความรุนแรง และนายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเสื่อมเสียแก่เกียรติยศ ชื่อเสียงส่วนตนและวงศ์ตระกูล หากแต่ยังสร้างความเสื่อมเสียแต่ศักดิ์ศรีและความเชื่อถือ ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพ ต่อไปอีกยาวนานด้วย

Yan Xuan Gong 2021-04-23 06:44:35

ไม่ต้องแก้ตัว วิสัยทหาร รู้ผิด รู้ถูก มีความมั่นใจสูง เมื่อไม่ใช่ของเขา เขาก็ไม่จำเป็นต้องตอบ คนรุ่นนี้มีเพื่อนแท้ ก็เพื่อนแท้ที่ตาย เขาชอบนาฬิกา เขาสะสมไว้มาก ด้วยความเป็นเพื่อนแท้ เขาจะหยิบเรือนไหน มาใส่ก็ได้ หรือเอามาทั้งหมด ก็ได้ เพื่อนแท้ของคน อายุขนาดนั้น เป็นจริง หาไม่ได้หลอกครับ กับคนยุคนี้ ใช่ สุภาพบุรุษ พูดแล้ว ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ก็ไป แต่ถามว่าผิดไหม?ไม่ผิด ยอมเสียชีวิต ยังดีกว่า มารับความไม่จริง , หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป。 ในขณะที่หน่วยงานรัฐนำโดยกระทรวงการคลัง ต่างพาเหรดออกมายืนยันว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าตั้งแต่ปลายปี 2560 จนถึงขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกหรือภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนั้น ล่าสุด นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กลับมีความเห็นที่แตกต่าง โดยระบุว่า การส่งออกข้าวในปี 2561 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลควรลงมาดูแลไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วจนเกินไป ซึ่งระดับค่าเงินบาทที่ผู้ส่งออกข้าวแข่งขันราคากับข้าวของประเทศคู่แข่งได้ควรอยู่ที่ 33-335 บาทต่อเหรียญสหรัฐ 。

ฉีเหวินกง 2021-04-23 06:44:35

ประเดิมมาตรฐานจริยธรรม เสี่ยป้อม-เครือข่าย ของเข้าตัว 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น ทำท่าว่าการเลื่อนโรดแมปหลายรอบของรัฐบาลทหารจะไม่เป็นผลดีเสียแล้ว หลังมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ พศ2561 มีผลบังคับใช้ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งที่ความตั้งใจเดิมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) และผู้มีอำนาจต้องการให้มีผลบังคับใช้แก่ สส, สว และ ครมในอนาคตภายหลังการเลือกตั้ง แต่การเลื่อนโรดแมปหลายรอบหลายวาระเพราะความจำเป็นของ คสชกลับกลายทำให้มาตรฐานจริยธรรมมีผลบังคับใช้เร็วเกินไป เพราะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญที่ต้องจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีหลังประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 เพราะหากทำไม่ทัน ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 276 จึงเป็นเหตุให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ก่อนเส้นตายในที่ 6 เมษายน 2561 ดังนั้นผู้ที่จะถูกท้าทายและประเดิมใช้มาตรฐานทางจริยธรรม นอกจากศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระก็คือ ครมชุดปัจจุบัน และ สนช ที่ปฏิบัติหน้าที่ สสและ สว สำหรับกลไกการควบคุมจริยธรรมดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหม่ที่ กรธคิดค้นขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับที่อ้างว่าปราบโกง และหากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษรุนแรงตามมา โดยมีองค์กรผู้ไต่สวนทำสำนวนคดีคือ ปปช โดยประชาชนหากพบเห็นการกระทำที่ผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงสามารถยื่นเรื่องให้ ปปช หรือขณะเดียวกัน ปปชก็สามารถหยิบประเด็นขึ้นมาตรวจสอบเองได้หากเห็นว่าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยจะยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) และมาตรา235 ขณะเดียวหาก ปปชฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเสียเอง สส, สว หรือ สมาชิกทั้งสองสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ทั้งสองสภา หรือประชาชนจำนวนไม่น้อยกว่า 2 หมื่นรายชื่อ สามารถยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาเพื่อเสนอเรื่องไปที่ประธานศาลฎีกา ให้ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบ และหากไต่สวนเห็นว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงก็ยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย โดยทั้งสองช่องทางนี้ไม่ต้องผ่านสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา และหากศาลฎีกาประทับรับฟ้องแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และหากตัดสินว่าผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะมีบทลงโทษตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 คือถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง สส, สว, สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ โดยดูจากลักษณะความผิดเป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ระบุไว้ชัดแจ้งในข้อ 27 ว่าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามในหมวดที่ 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรงทันทีโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด แตกต่างจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 2 และหมวด 3 จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงหรือไม่อาจเปิดช่องให้มีการต่อสู้พิสูจน์ในเรื่องพฤติกรรมและเจตนาประกอบการตัดสิน ส่วนบุคคลในขณะนี้ที่สังคมคาดหวังให้ตรวจสอบตามมาตรฐานจริยธรรมคงหนีไม่พ้น พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และองค์กรภาคีเครือข่ายในแม่น้ำ 5 สายที่ช่วยออกมาปกป้อง หลังถูกตรวจสอบจาก ปปชกรณีนาฬิกาเพื่อนและแหวนเพชรแม่ โดยไม่ได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง โดยประเด็นนี้สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดมาตรฐานทางจริยธรรมหลายข้อ โดยเฉพาะในข้อ 9 ที่ระบุว่า ต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในประกาศที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ข้อ10 ที่ระบุว่า ต้องไม่รับของขวัญ ของกำนัล ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการรับจากการให้โดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับให้รับได้ รวมทั้งข้อ 17 ที่ว่า ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะข้อ 9 และข้อ 10 ถือว่าอยู่ภายบทลงโทษของมาตรฐานทางจริยธรรมในข้อ 27 ในหมวดที่ 1 ระบุว่า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวให้ถือมีลักษณะร้ายแรง โดยไม่ต้องดูพฤติกรรมและเจตนาประกอบ ซึ่งหากมีความผิดจริงก็จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่าประเด็นเรื่องนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร ที่มีหลายองค์กรเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อปกป้องเจ้านาย จะเป็นบททดสอบว่ามาตรฐานทางจริยธรรมมีผลบังคับใช้ได้จริง หรือเก็บไว้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม,。 ขณะเดียวกันนอกเหนือจากการหาทำเลศักยภาพที่มีความเหมาะสมกับบริษัทแล้ว ยังเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Lawson Cafe ต้นแบบร้านกาแฟแห่งแรกของ Lawson 108 รวมถึงเครื่องดื่มเกล็ดหิมะ Lawson 108 Snow Drink โดยเลือกวางจำหน่ายในสาขาตลาดนัดเมืองไทยภัทรเป็นแห่งแรก ซึ่งการขยายสาขาต่อๆไป 。

เบอร์เกอร์ 2021-04-23 06:44:35

ทางด้าน มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ช่วงเช้าได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่รพมาสด้า ในเมืองฮิโรชิม่า ซึ่งเป็นการตรวจอย่างละเอียดทั้งเอ็กซเรย์กระดูก,กล้ามเนื้อ,ผลเลือด โดยใช้เวลาราว3ชมก่อนที่แพทย์จะสรุปว่ามีความสมบูรณ์และฟิตมากพรัอมกับให้คำแนะนำในเรื่องอาหารให้เน้นทานเนื้อและปลามากขึ้น, เราต้องรู้สภาพปัญหาจริงๆของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งผมเคยได้รับรายงานด้วยว่าบางเขตพื้นที่ ผอเขตพื้นที่ไม่เคยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเลย โดยเรื่องนี้จะเป็นตัวชี้วัดให้กับเขตพื้นที่ เพราะผมไม่อยากได้ตัวชี้วัดแบบรวมๆว่าเขตพื้นที่ไหนมีคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ โอเน็ต สูงหรือต่ำ มันไม่มีความหมายอะไรไม่สามารถเทียบเป็นตัวชี้วัดได้ อีกทั้งเมื่อดูสภาพตามความเป็นจริงที่ผู้ตรวจราชการ ศธเคยรายงานมาว่า พบโรงเรียนขนาดเล็กมีเด็กเรียน 1 คนต่อครู 1 คน ซึ่งประเด็นนี้เมื่อผมสอบถามสพฐก็พบว่า โรงเรียนไม่ได้ฝ่าฝืนนโยบายผมแต่อยู่ในความจำเป็นต้องทำ เช่น ในพื้นที่ไม่มีโรงเรียนเอกชน การเรียนรวมกับโรงเรียนอีกแห่งต้องเดินทางไกลมาก เป็นต้น ซึ่งนี่คือตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นของการลงพื้นที่ดูสภาพปัญหา รมวศธ กล่าว。 หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป。

เจ้านายหนุ่ม 2021-04-23 06:44:35

นับแต่มวลมหาประชาชนเรือนล้านออกมาชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมาถึงวันที่รัฐบาล คสชเดินไปสู่ขาลง เพราะปัญหาด้านความไม่โปร่งใส เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อย่างแรกต่อให้ขาลงเรี่ยดิน แต่ ลุงตู่ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง หมายความว่าจะมาเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ ต้องขอยืมวลีเด็ดของ โค้วตงหมง-ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ยุ่งตายห่า! แต่ ลุงตู่ อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงการเป็นนายกฯ คนนอก เอาแค่ประคองรัฐบาลไปให้ได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ลุงตู่ จะไม่สาหัสเกินไป ก็มีทางออก และแนะนำกันไปเยอะแล้ว บิ๊กป้อม กลับไปเลี้ยงหลานเมื่อไหร่ กองหนุนจะงัวเงียตื่นมาสนับสนุน ลุงตู่ อีกครั้ง กราฟขาลงก็ค่อยๆ โงหัวขึ้น ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ โอกาสเป็นนายกฯ รอบสองแทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน อย่าไปไว้ใจนักการเมืองในสภามากนัก เคยรับปากไว้อย่างไร มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้เสมอ ก็ดูช่วงที่มีการชิงดำระหว่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พลตอประชา พรหมนอก เป็นตัวอย่าง เกมการเมืองมันพลิกได้ตลอดเวลา! มาว่ากันเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ตราบใดที่ ลุงตู่ ไม่พยายามลดเงื่อนไขความไม่พอใจลง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใส ท่านก็จะเลือดโชกออกจากบ้านทุกวัน ส่วนกองเชียร์ กองหนุนที่ยังเหลืออยู่ ก็ต้องกลืนเลือดกันต่อไป เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จุดที่กองเชียร์ กองหนุนลุงตู่ ไม่พอใจ บิ๊กป้อม ที่เอาแต่แก้ตัวว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ โดยที่เด็ก ป๑ ยังไม่เชื่อ แล้วมีแขกรับเชิญบ้างไม่รับเชิญบ้าง เพราะเข้าทาง ไปชุมนุมที่สกายวอล์กปทุมวัน ให้ บิ๊กป้อม เปิดคอลเลกชันนาฬิกาให้ดูหน่อย แต่มีคนบอกว่าจะมาจัดการกับแขกที่ตัวเองเป็นคนเรียกมาเอง บิ๊กป้อม มองว่าไอ้ที่มาประท้วงนาฬิกาคือพวกไม่ต้องการให้เกิดความสงบ เดี๋ยวผมเตรียมมาตรการดูแลเอง งูกินหางแบบนี้ เห็นใจคนที่เชียร์ ลุงตู่ บ้างหรือเปล่า ตัวเองสร้างปัญหา แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะจัดการเอง ไม่ใช่จัดการปัญหาที่ตัวสร้างขึ้นมานะครับ แต่จะจัดการคนที่บอกว่า นาฬิกาเพื่อน คือปัญหา เอาล่ะวานนี้ ฟังดูเหมือนเป็นการอำลาตำแหน่งของ บิ๊กป้อม ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี ๑๑ จนถึงขณะนี้ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องอะไรหนักๆ ก็ดูเอาแล้วกันว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ผมเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเหลือบ้านเมือง อยากทำงานให้บ้านเมือง ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับสื่อว่าอยากให้ดูว่าผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปีได้ทำอะไรไว้บ้าง ประชาชนต้องการหรือไม่? ร่วมเดือนที่ผ่านมาสารพัดโพลสำรวจความเห็นประชาชน นาฬิกาเพื่อน คือประเด็นฮอตฮิต ส่วนใหญ่บอก บิ๊กป้อม ไปเถอะ ล่าสุดนิด้าโพล ก็สร้างปรากฏการณ์กระเทือนไปถึง ลุงตู่ มันเลยเวลาที่จะมาถามว่าประชาชนคิดอย่างไรแล้ว บิ๊กป้อม ไปเมื่อไหร่ ลุงตู่ จะได้ทำงานแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังทันที ถ้ารักน้อง ห่วงน้องจริง ไม่ดึงแข้งดึงขา วันนี้เขียนใบลาออกเลย อยู่ต่อมีแต่ลากน้องๆ จมโคลนไปด้วย,ลอว์สัน บาดเจ็บจากชานเมือง ปรับแผนขยายสาขาในกรุง 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 09:11 น 。 นับแต่มวลมหาประชาชนเรือนล้านออกมาชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมาถึงวันที่รัฐบาล คสชเดินไปสู่ขาลง เพราะปัญหาด้านความไม่โปร่งใส เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อย่างแรกต่อให้ขาลงเรี่ยดิน แต่ ลุงตู่ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง หมายความว่าจะมาเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ ต้องขอยืมวลีเด็ดของ โค้วตงหมง-ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ยุ่งตายห่า! แต่ ลุงตู่ อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงการเป็นนายกฯ คนนอก เอาแค่ประคองรัฐบาลไปให้ได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ลุงตู่ จะไม่สาหัสเกินไป ก็มีทางออก และแนะนำกันไปเยอะแล้ว บิ๊กป้อม กลับไปเลี้ยงหลานเมื่อไหร่ กองหนุนจะงัวเงียตื่นมาสนับสนุน ลุงตู่ อีกครั้ง กราฟขาลงก็ค่อยๆ โงหัวขึ้น ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ โอกาสเป็นนายกฯ รอบสองแทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน อย่าไปไว้ใจนักการเมืองในสภามากนัก เคยรับปากไว้อย่างไร มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้เสมอ ก็ดูช่วงที่มีการชิงดำระหว่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พลตอประชา พรหมนอก เป็นตัวอย่าง เกมการเมืองมันพลิกได้ตลอดเวลา! มาว่ากันเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ตราบใดที่ ลุงตู่ ไม่พยายามลดเงื่อนไขความไม่พอใจลง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใส ท่านก็จะเลือดโชกออกจากบ้านทุกวัน ส่วนกองเชียร์ กองหนุนที่ยังเหลืออยู่ ก็ต้องกลืนเลือดกันต่อไป เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จุดที่กองเชียร์ กองหนุนลุงตู่ ไม่พอใจ บิ๊กป้อม ที่เอาแต่แก้ตัวว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ โดยที่เด็ก ป๑ ยังไม่เชื่อ แล้วมีแขกรับเชิญบ้างไม่รับเชิญบ้าง เพราะเข้าทาง ไปชุมนุมที่สกายวอล์กปทุมวัน ให้ บิ๊กป้อม เปิดคอลเลกชันนาฬิกาให้ดูหน่อย แต่มีคนบอกว่าจะมาจัดการกับแขกที่ตัวเองเป็นคนเรียกมาเอง บิ๊กป้อม มองว่าไอ้ที่มาประท้วงนาฬิกาคือพวกไม่ต้องการให้เกิดความสงบ เดี๋ยวผมเตรียมมาตรการดูแลเอง งูกินหางแบบนี้ เห็นใจคนที่เชียร์ ลุงตู่ บ้างหรือเปล่า ตัวเองสร้างปัญหา แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะจัดการเอง ไม่ใช่จัดการปัญหาที่ตัวสร้างขึ้นมานะครับ แต่จะจัดการคนที่บอกว่า นาฬิกาเพื่อน คือปัญหา เอาล่ะวานนี้ ฟังดูเหมือนเป็นการอำลาตำแหน่งของ บิ๊กป้อม ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี ๑๑ จนถึงขณะนี้ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องอะไรหนักๆ ก็ดูเอาแล้วกันว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ผมเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเหลือบ้านเมือง อยากทำงานให้บ้านเมือง ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับสื่อว่าอยากให้ดูว่าผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปีได้ทำอะไรไว้บ้าง ประชาชนต้องการหรือไม่? ร่วมเดือนที่ผ่านมาสารพัดโพลสำรวจความเห็นประชาชน นาฬิกาเพื่อน คือประเด็นฮอตฮิต ส่วนใหญ่บอก บิ๊กป้อม ไปเถอะ ล่าสุดนิด้าโพล ก็สร้างปรากฏการณ์กระเทือนไปถึง ลุงตู่ มันเลยเวลาที่จะมาถามว่าประชาชนคิดอย่างไรแล้ว บิ๊กป้อม ไปเมื่อไหร่ ลุงตู่ จะได้ทำงานแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังทันที ถ้ารักน้อง ห่วงน้องจริง ไม่ดึงแข้งดึงขา วันนี้เขียนใบลาออกเลย อยู่ต่อมีแต่ลากน้องๆ จมโคลนไปด้วย。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

online 1688| สล็อตgclub8 xyz| 777ww keonhacai| สล็อตโจ๊กเกอร์-roma xr| ตารางแข่งบอลพรุ่งนี้| คาสิโนออนไลน์ พันทิป| bet365 slot games| slot champion168| สูตร บา คา ร่า รูป แบบ excel| starbets99 rich| สล็อตผลไม้ออนไลน์ youtube| ลอตเตอรี่ ก| สล็อตฮอล| game slot pg n| สล็อต 555 ฟรีเครดิต lotto| free slot games demo| ยี่ ปั๊ ว ขายส่ง ล็ อ ต เต อ รี่| สล็อตรอยัล online| เว็บพนันบอล download| เครื่องสล็อตแมชชีน nct| ผลบอลพรีเม| 918kiss เครดิต ฟรี vip| เล่นรูเล็ตให้ได้เงิน| คาสิโน1688 30วิ| ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบ8ทีมสุดท้าย| บอลวันวันนี้| joker123 slot big win| vip slotxo| โปรแกรมบอลทุกลีก| 918kiss download android original| การพนันเป็นสิ่งไม่ดี| บัตรอิออน กดเงินสด ธนาคารไหนได้บ้าง| แจก ยูสเซอร์ พร้อม เครดิต ฟรี 2018| บาคาร่า m98 youth| slot เกม offline| สมัครเล่นสล็อตฟรี| ทาง เข้า 24sbo| casinofreeslot| gclub ฟรี 500 apk| สล็อตทําเงิน j&t| slotxo เติมเงิน pubg mobile| sloto diamond| เกมส์ bet betx| สล็อต 5 รีล vs| แจก เครดิต ฟรี 2019 canon| ลีกฟุตบอล| คา สิ โน ออนไลน์ wallet| โอน เงิน ais ออนไลน์| เกมส์อีสปอร์ต xl| slotxo welcome| เกมสล็อตคาสิโน joker| joker สล็อต ฟรี เครดิต youtube| เกมสล็อตผลไม้ เล่นง่าย ได้เงินจริง| 11ตัวจริงยูเวนตุสคืนนี้| ruleta online free| เกมสล็อต มือถือ| สล็อต 777| ดูบอลเมืองทองสด| slot ag| เกมส์เดิมพันเงินจริง mc| มักคาล่า| เกม ยิง ปลา แลก ของ รางวัล| พนันหวย japan| ยิงปลา 888| เกมส์ bet zone| slot yakiniku| slot roma ค่ายไหน apk| สล็อตการพนัน joker| เว็บคาสิโน 1688 login| jokerslot88| กีฬาสีไอดอล bts| ดาวน์โหลดslotxo apk| กีฬาลดน้ําหนัก| สล็อต น่าเล่น life| ตารางบอลอังกฤษพรีเมียร์ลีก| สล็อตการพนัน joker| slot game minimum deposit rm1| roma vs real madrid| slotsgade9| fun88 เครดิต ฟรี| สูตรบาคาร่าฟรีเล่นได้ทุกเว็บ| ค่าร่า| บาคาร่า m98 key| เล่นcasinoonline| slotciti download| baccarat online casino philippines| ฟุตบอลช้างเอฟเอคัพวันนี้| oppo ออนไลน์| เปิด ยูสเซอร์ ฟรี| บอลสดทั่วโลก| galaxy888 เครดิต ฟรี| ตู้สล็อตผลไม้ ราคา| Star slot777| บอลลิเวอร์พูลคืนนี้สด|